สตง. เสียใจ เหตุตึกถล่ม จากแผ่นดินไหว ยืนยันก่อสร้างตามกฎหมาย โปร่งใส

อาคารที่ทำการแห่งใหม่ของ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) บริเวณถนนกำแพงเพชร 2 เขตจตุจักร กรุงเทพฯ พังถล่มหลังเกิดแผ่นดินไหว ส่งผลให้มี ผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ และสูญหายจำนวนมาก

จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ซึ่งอาคารที่ทำการแห่งใหม่ของ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) บริเวณถนนกำแพงเพชร 2 เขตจตุจักร กรุงเทพฯ พังถล่มหลังเกิดแผ่นดินไหว ส่งผลให้มี ผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ และสูญหายจำนวนมาก ล่าสุด สตง. ได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง พร้อมเร่งตรวจสอบสาเหตุอย่างละเอียดดี–ซีอาร์อีซี เป็นผู้รับเหมา วงเงิน 2,136 ล้านบาท

สตง. ย้ำว่า การออกแบบและก่อสร้างยึดตามกฎหมายควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และมาตรฐานทางวิศวกรรม รวมถึง คำนึงถึงความมั่นคง แข็งแรง และรองรับแรงแผ่นดินไหว ตามหลักการวิศวกรรมโครงสร้างที่ทันสมัย โดยปฏิเสธชัดเจนว่าข่าวลือที่ว่า มีการปรับลดขนาดเสาหรือแก้ไขแบบโครงสร้างเพื่อประหยัดงบ นั้น “ไม่เป็นความจริง”


โปร่งใส ตรวจสอบได้ – เดินหน้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย

ภายหลังเกิดเหตุ สตง. ได้ตั้งศูนย์ประสานงานในพื้นที่เพื่อบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน พร้อม ให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ผู้ประสบภัย และครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบ

ขณะเดียวกัน สตง. ยืนยันว่า กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและก่อสร้างดำเนินการอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ ตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และ ได้ลงนามข้อตกลงคุณธรรมกับองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เพื่อป้องกันการทุจริตทุกขั้นตอน


เดินหน้าหาสาเหตุ – แถลงความคืบหน้าโดยเร็ว

สตง. ระบุว่าขณะนี้กำลังเร่งตรวจสอบหาสาเหตุของเหตุการณ์พังถล่มอย่างละเอียด โดยจะ แถลงข้อเท็จจริงให้ประชาชนรับทราบโดยเร็วที่สุด และเน้นย้ำว่าการก่อสร้างครั้งนี้เป็นไปเพื่อประโยชน์ของประชาชนและระบบราชการไทย โดยยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล โปร่งใส และตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน

โศกนาฏกรรมนี้กลายเป็นบททดสอบความเชื่อมั่นต่อระบบการก่อสร้างของภาครัฐ สตง. ขอโอกาสพิสูจน์ความจริง และยืนยันพร้อมรับผิดชอบทุกด้านเพื่อคืนความมั่นใจให้สังคม

ตึกสั่น หลายอาคารทั่วกรุงเทพฯ 31 มี.ค. กรมอุตุฯ ชี้แจงแล้ว

หลาย อาคารสูง รับรู้แรงสั่นสะเทือนจนต้องอพยพชั่วคราว โดยเฉพาะที่ สำนักงานศาลยุติธรรม ถนนรัชดาภิเษก และ อาคารศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ซึ่งมีทั้ง การทรุดตัวของพื้น ฝ้าเพดานร่วง และสัญญาณเตือนภัยดังขึ้น

ช่วงเช้าวันที่ 31 มีนาคม 2568 เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนและเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานในกรุงเทพมหานคร เมื่อหลาย อาคารสูง รับรู้แรงสั่นสะเทือนจนต้องอพยพชั่วคราว โดยเฉพาะที่ สำนักงานศาลยุติธรรม ถนนรัชดาภิเษก และ อาคารศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ซึ่งมีทั้ง การทรุดตัวของพื้น ฝ้าเพดานร่วง และสัญญาณเตือนภัยดังขึ้น


เจ้าหน้าที่อพยพฉุกเฉิน – ตรวจสอบแล้วปลอดภัย

ที่ สำนักงานศาลยุติธรรม เจ้าหน้าที่จำนวนมากต่างรีบวิ่งลงจากอาคารด้วยความตกใจ หลังรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนชัดเจน ขณะที่ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ก็มีการอพยพเช่นกัน เนื่องจากพื้นทรุดตัวและฝ้าเพดานบางจุดหลุดร่วง เบื้องต้น ทีมวิศวกรตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นรอยเดิม ไม่กระทบต่อโครงสร้างหลักของอาคาร โดยล่าสุดได้มีการทยอยอนุญาตให้ผู้คนกลับเข้าทำงานได้ตามปกติ


กรมอุตุฯ แจง Aftershock จากเมียนมา – ไม่กระทบไทย

หลังเกิดเหตุการณ์ ทาง กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า แรงสั่นไหวที่รับรู้ได้ในกรุงเทพฯ มีสาเหตุมาจาก “Aftershock” หรือแรงสั่นสะเทือนหลังแผ่นดินไหวจากประเทศเมียนมา โดยระบุว่าเป็นแรงสั่นสะเทือนขนาดเล็ก และ “ไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย” แต่อย่างใด

แม้จะไม่มีผลกระทบต่อโครงสร้างอาคารโดยตรง แต่ความรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนในอาคารสูงยังสร้างความหวาดวิตกให้กับประชาชนในหลายพื้นที่ ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่ใกล้เคียงกับประเทศไทย


สรุป

  • เหตุแรงสั่นสะเทือนในหลายอาคารสูงในกรุงเทพฯ เมื่อ 31 มี.ค. เกิดจาก Aftershock แผ่นดินไหวเมียนมา
  • ไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างอาคาร ตามรายงานของวิศวกรที่ลงพื้นที่ตรวจสอบแล้ว
  • กรมอุตุนิยมวิทยา ยืนยันเหตุการณ์นี้ ไม่กระทบประเทศไทย

🧯 หากพบอาการเวียนหัวหรือคลื่นไส้หลังอยู่ในอาคารสูงจากแรงสั่นสะเทือน ให้หาที่โล่งพักหายใจ และหลีกเลี่ยงการขึ้นลงลิฟต์ทันที